Biomass in Thailand: Current Status, Potential, and Challenges

ชีวมวลในประเทศไทย: สถานะปัจจุบัน ศักยภาพ และความท้าทาย

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีวัตถุดิบชีวมวลจำนวนมากจากภาคเกษตรกรรม ป่าไม้ และอุตสาหกรรม จึงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวมวล จากรายงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) พบว่า ประเทศไทยมีวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรประมาณ 61 ล้านตันต่อปี ได้แก่ ฟางข้าว ใบและยอดอ้อย และเศษไม้ยางพารา นอกจากนี้ อุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรยังสร้างของเสียชีวมวลในปริมาณมาก เช่น กากอ้อย แกลบ และกะลาปาล์ม รวมกว่า 20 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ภายในโรงงานผลิตพลังงาน แต่ยังมีศักยภาพที่จะนำไปต่อยอดในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีกมาก อีกทั้งการทำสวนป่าเศรษฐกิจของไทยที่มีพื้นที่ประมาณ 4.8 ล้านไร่ ก่อให้เกิดชีวมวลประเภทไม้อีกประมาณ 10-15 ล้านตันต่อปี ชีวมวลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานได้มากกว่า 40,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (tonne of oil equivalent, toe) หรือคิดเป็นกว่า 40% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายของประเทศ

สำหรับการใช้ชีวมวลในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าชีวมวลกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวน 227 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 3,892 เมกะวัตต์ อีกทั้งยังมีการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น เอทานอลและไบโอดีเซล โดยมีการผลิตรวมในระดับพันล้านลิตรต่อปี นอกจากนี้ อุตสาหกรรมสารเคมีชีวภาพ แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพและกรดอินทรีย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพด้านวัตถุดิบชีวมวลสูง แต่อุตสาหกรรมยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ความไม่แน่นอนของปริมาณวัตถุดิบเนื่องจากสภาพภูมิอากาศและฤดูกาล ต้นทุนการขนส่งที่สูงจากการกระจายตัวของชีวมวลและความหนาแน่นต่ำ เทคโนโลยีที่ยังล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงการแข่งขันในการใช้วัตถุดิบ เช่น อ้อยและมันสำปะหลังที่มีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมอาหารและพลังงาน นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและขนาดกลางยังคงประสบปัญหาในการเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยีขั้นสูง

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมชีวมวลของไทยยังมีโอกาสเติบโตอย่างมีนัยสำคัญด้วยแรงผลักดันจากนโยบายระดับประเทศที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ประกอบกับความต้องการผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่เพิ่มขึ้นในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือกับต่างประเทศ การพัฒนาแนวคิดไบโอรีไฟเนอรี (biorefinery concept) ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปแบบครบวงจร รวมถึงการส่งเสริมผ่านกลไกคาร์บอนเครดิต และศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางด้านเชื้อเพลิงชีวภาพในภูมิภาคอาเซียน

ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบและนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน หากสามารถยกระดับเทคโนโลยีและจัดการกับข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุตสาหกรรมชีวมวลของไทยก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต

แหล่งอ้างอิง:

  • กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. (2565). สถิติพลังงานทดแทนของประเทศไทย ปี กระทรวงพลังงาน.
  • DEDE (Department of Alternative Energy Development and Efficiency). (2022). Thailand alternative energy development plan. Ministry of Energy, Thailand.
  • EPPO (Energy Policy and Planning Office). (2023). Thailand energy statistics report 2023. Ministry of Energy, Thailand.
  • Intongkaew, W. & Junchang, L. (2017). Development of Economic Forest Plantation Management in Thailand. International Journal of Sciences, 6(10), 52-62.
  • Papong, S., Rewlay-ngoen, C., Itsubo, N., & Malakul, P. (2021). Environmental life cycle assessment and social impacts of bioethanol production in Thailand. Journal of Cleaner Production, 157, 254-266.