One-pot production of light olefins via selective C–O hydrogenolysis over Pt-based hierarchical core–shell zeolite–mesoporous silica structured catalysts

ดร. อติคุณ โชติรัตนโชติ นายศุภธีร์ เชาวมาลี นายวงศกร คำมี และ ศ. ดร. ชวลิต งามจรัสศรีวิชัย นักวิจัยของ CBRC ร่วมกับ Prof. Dr. Toshiyuki Yokoi (Nanospace Catalysis Research Unit, Institute of Science Tokyo) เสนอแนวทางการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดใหม่สำหรับการผลิตโอเลฟินเบา (Light olefins) จากกลีเซอรอล (Glycerol) เหลือใช้ในกระบวนการแบบขั้นตอนเดียว ซึ่งสอดคล้องกับหลักการวิศวกรรมสีเขียวเพื่อสร้างกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าให้กับของเหลือใช้

ผลงานวิจัยเรื่อง One-pot production of light olefins via selective C–O hydrogenolysis over Pt-based hierarchical core–shell zeolite–mesoporous silica structured catalysts ตีพิมพ์ในวารสาร Fuel (Tier 1 Journal, JCR IF = 6.7)

ไบโอดีเซล (Biodiesel) เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกที่ใช้ทดแทนน้ำมันดีเซลจากแหล่งปิโตรเลียม ไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์ผลิตผ่านกระบวนการทรานส์เอสเทอริฟิเคชัน (Transesterification) ของน้ำมันพืช (Vegetable oil) ซึ่งก่อให้เกิดกลีเซอรอลเป็นผลพลอยได้ (By-product) ในปริมาณมาก ในขณะเดียวกัน ความต้องการ
โอเลฟินเบาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส่งผลให้มีงานวิจัยจำนวนมากมุ่งเน้นการผลิตโอเลฟินเบาจากวัตถุดิบหมุนเวียน การเปลี่ยนกลีเซอรอลเป็นโอเลฟิน (Glycerol to olefins, GTO) จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกลีเซอรอล แต่ยังผลิตโอเลฟินเพื่อตอบสนองความต้องการในภาคอุตสาหกรรม

กระบวนการ GTO ผ่านไฮโดรจีโนไลซิส (Hydrogenolysis) ของกลีเซอรอลเป็นโพรพานอล (Propanol) ตามด้วยดีไฮเดรชัน (Dehydration) เพื่อผลิตโอเลฟินเบา ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งดำเนินการภายใต้ภาวะที่ไม่รุนแรง แพลทินัม (Platinum, Pt) บนซีโอไลต์ (zeolite) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในการเพิ่มมูลค่าให้กับกลีเซอรอล อย่างไรก็ตาม Pt มีความสามารถในการเกิดไฮโดรจิเนชัน (Hydrogenation) และการแตกพันธะคาร์บอน–คาร์บอน (C–C cleavage) ที่สูง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นมีเทน (CH4) และพาราฟิน (Paraffins) การเติมโลหะชนิดที่สอง เช่น แพลเลเดียม (Palladium, Pd) อิริเดียม (Iridium, Ir) รีเนียม (Rhenium, Re) หรือ ทังสเตน (Tungsten, W) สามารถปรับสมบัติของตัวเร่งปฏิกิริยาให้มีความจำเพาะต่อการเปลี่ยนกลีเซอรอลเป็นโอเลฟินได้ นอกจากนี้ การพัฒนาวัสดุตัวรองรับที่สามารถปรับแต่งสมบัติความเป็นกรด (Acidity) และสมบัติความพรุน (Porosity) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการเพิ่มผลได้ของโอเลฟิน

งานวิจัยนี้พัฒนาระบบการปฏิกิริยาชนิดใหม่สำหรับกระบวนการ GTO เพื่อผลิตโอเลฟินเบา โดยในขั้นแรก วัสดุรูพรุนแบบไฮราซิคัล (Hierarchical porous material) ที่มีโครงสร้างแบบแกน-เปลือก (Core–shell structure) โดยใช้ซีโอไลต์ชนิด ZSM-5 เป็นแกน และเฮกซะโกนอลเมโซพอรัสซิลิกา (Hexagonal mesoporous silica, HMS) เป็นเปลือก ถูกพัฒนาขึ้น โดยมีชื่อว่า HZ5M เมื่อนำวัสดุนี้ไปใช้เป็นตัวรองรับ Pt พบว่า Pt/HZ5M มีการกระจายตัวของ Pt ได้สูงกว่า และสามารถเร่งปฏิกิริยา GTO ได้ดีกว่า Pt/ZSM-5 ในส่วนของการใช้โลหะชนิดอื่นร่วมในการเร่งปฏิกิริยาพบว่า การเติม Ir ช่วยปรับปรุงอันตรกิริยาระหว่าง Pt กับ HZ5M ในขณะที่การเติม Re ช่วยเพิ่มสัดส่วน Pt0 บนผิวของตัวเร่งปฏิกิริยา ส่งเสริมการเปลี่ยน
กลีเซอรอลเป็นโอเลฟิน จึงทำให้ PtIrRe/HZ5M มีผลได้ของโอเลฟินสูงถึง 20.8%

อ่านรายละเอียดงานวิจัยนี้ได้ที่: doi.org/10.1016/j.fuel.2024.133984